Categories
ไม่มีหมวดหมู่

๔ มกราคม วันชูชาติ กำภู

 4 มกราคม วันชูชาติ เป็นวันที่ระลึกถึง มล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทานคนที่ 12 วันนี้เรามาย้อนรำลึกถึงคุณูปการต่าง ๆ ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อกิจการชลประทานในประเทศไทย
     หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2448 ที่ตำบลประตูสามยอด อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร เป็นบุตรคนโตของพลตรีพระยาสุรเสนา (หม่อมราชวงศ์ชิต กำภู) และคุณหญิงผอบ สุรเสนา ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ มีน้องชาย หญิงร่วมบิดามารดา 12 คน
หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เริ่มการศึกษาในโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2457 เรียนจบได้รับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมบริบูรณ์ เมื่อมีอายุได้ 17 ปี และสอบชิงทุนได้รับทุนเล่าเรียนหลวงให้ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ได้เข้าศึกษาที่ St. Peter’s School, York, England เมื่อ พ.ศ. 2466 เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ City and Guild’s Engineering College, London University เมื่อ พ.ศ. 2468 ศึกษาอยู่ 5 ปี จึงสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโททางวิศวกรรมโยธา ประกาศนียบัตรและปริญญาบัตรที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยนี้คือ A.C.G.I., B.Sc. ทางวิศวกรรมโยธา D.I.C. (Advanced Diploma of Imperial College) และปริญญาโท M. Sc. ทางคอนกรีตและไฮโดรลิกส์ ใน พ.ศ. 2472 ได้เข้าฝึกงานในด้านวิศวกรรมโยธา ในกรมโยธาธิการของอังกฤษอีก 1 ปี จึงกลับประเทศไทย เข้ารับราชการในกรมชลประทาน เมื่อ พ.ศ. 2473 ในตำแหน่งนายช่างผู้ช่วยประจำกองที่ปรึกษา     
ต่อมา เมื่อดำรงตำแหน่งนายช่างผู้อำนวยการแผนกแบบแผนกองก่อสร้างแทนชาวต่างประเทศ ท่านได้ควบคุมการดำเนินงานออกแบบเพื่องานก่อสร้างของกรมชลประทานทั้งหมดเอง และยังได้เริ่มฝึกอบรมช่างคนไทยให้สามารถคำนวณออกแบบและเขียนแบบก่อสร้างอาคารชลประทานได้ด้วยตนเอง ท่านได้ตระหนักถึงการขาดแคลนกำลังช่างด้านชลประทานที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้งานก่อสร้างไม่ก้าวหน้ารวดเร็วเท่าที่ควร  และเพื่อเป็นการเตรียมรับปัญหาดังกล่าวในภายหน้า ท่านจึงได้ก่อตั้งโรงเรียนช่างชลประทานเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2481 เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตช่างสาขาชลประทานให้สามารถคำนวณออกแบบก่อสร้าง งานของกรมชลประทานได้รวดเร็วและสามารถขยายงานก่อสร้างได้อย่างกว้างขวาง ทันต่อการแก้ไขปัญหาและความต้องการของประเทศ
      เมื่อท่านได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานคนที่ 12 เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2492 ท่านได้วางรากฐานและแผนงานด้านการชลประทานที่สำคัญเพื่อพัฒนาประเทศไว้มากมาย นอกจากนี้ยังได้รับงานชลประทานราษฎร์ประเภทเหมืองฝายมาดำเนินการเอง จนทำให้มีการก่อสร้างเหมืองฝายจำนวนมาก รวมทั้งยังบุกเบิกงานสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัย ได้แก่ โครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ โครงการยันฮี ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรว่า “เขื่อนภูมิพล” ทำให้กรมชลประทานเข้าสู่ยุคของการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเอง เนื่องจากท่านเป็นผู้วางรากฐานการพัฒนากำลังคน ให้มีความสามารถ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนางานชลประทานให้ก้าวไกล ทัดเทียมกับอารยประเทศ  ท่านได้อุทิศเวลาการทำงานจนสามารถสร้างผลงานด้านการชลประทานที่สำคัญไว้มากมาย จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งชลกร”
       เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของ หม่อมหลวงชูชาติ กำภู ที่ได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้กับเจ้าหน้าที่กรมชลประทานรุ่นหลังได้ระลึกและเป็นแบบอย่าง จึงได้กำหนดให้วันที่ 4 มกราคมของทุกปี เป็นวันชูชาติ กำภู

 

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

งานวันชูชาติ 4 มกราคม 63

วันชูชาติ 4 มกราคม 2563

เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของ หม่อมหลวงชูชาติ กำภู “บิดาแห่งชลกร” ที่ได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้กับเจ้าหน้าที่กรมชลประทานรุ่นหลังได้ระลึกและเป็นแบบอย่าง จึงได้กำหนดให้วันที่ 4 มกราคมของทุกปี เป็นวันชูชาติ กำภู

 

 

4 มกราคม ของทุกปี คุณหญิงโฉมศรี กำภู สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะผู้บริหารระดับสูงของกรมชลประทาน ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน วิทยาลัยการชลประทาน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณาจารย์นักเรียนโรงเรียนชลประทานวิทยา และผู้บริหารศูนย์การแพทย์ปํญญานันทภิกขุ เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน “วันชูชาติ” อย่างพร้อมเพรียงกัน

 

โดยกิจกรรมภายในงานช่วงเช้า ประกอบด้วยพิธีสงฆ์ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลแด่ ม.ล. ชูชาติ กำภู พิธีมอบทุนการศึกษาและพิธีวางแจกันสักการะอนุสาวรีย์ หม่อมหลวงชูชาติ กำภู

 

 ในช่วงสาย ต่อด้วยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาคมศิษย์เเก่าวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ หอประชุมชูชาติ กำภู กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

และกิจกรรม Ga-sian Talk จากแนวคิดในการเชิญรุ่นพี่ชลกรศิษย์เก่าที่เกษียณอายุจากงานประจำแล้วมาพูดเดี่ยวไมโครโฟนแบบผลัด 

นั่นคือ จะให้ขึ้นพูดบนเวทีครั้งละ 1 คน พูดเน้นเรื่องราวโดดเด่น สำคัญๆ สั้นๆ ระยะเวลาไม่เกิน คนละ 8 นาที ส่งต่อเรื่องราวจากคนหนึ่งไปสู่คนต่อไป กำหนดหัวข้อ คือ “Chapter 1: “วีรกรรม” ชลกร”

 โดยเนื้อหาจะกล่าวถึง การรวมรุ่นเก๋าวัยเกษียณ 3 ยุค 3 การเปลี่ยนแปลง ได้แก่ โรงเรียนการชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ วิทยาลัยการชลประทาน 

มาเดี่ยวไมโครโฟนเปิดปูมชีวิตเกี่ยวกับวีรกรรมวิถีชลกรของ 3 ช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน และวัยเกษียณ 

ทั้งนี้มี Ga-sian Talker ทั้งหมด 9 ท่าน ด้วยกัน คือ นายสุนทร รังรองธานินทร์ (รุ่น 14) นายสมหมาย สถาผล (รุ่น 16) นายละเอียด สายน้ำเขียว (รุ่น 21) นายเฉลิมพร พิรุณสาร (รุ่น 25) นายพรชัย เชาว์ชาติ (รุ่น 25)

นายมนตรี ค้ำชู (รุ่น 25) นายดำรงกิจ ม่วงงาม (รุ่น 25) นายวีรชัย วราภาสกุล (รุ่น 26) นายชัชวาล ปัญญาวาทีนันท์ (รุ่น 28) นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการแสดงหน้าม่าน Production โดย “ชลกร 72” พร้อมนักแสดงสมทบจาก “ชลกร 74”

 

ในช่วงเย็น กิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ “คืนสู่เหย้าชาวชลกร”  ที่จะให้เหล่าพี่ๆ น้องๆ ชลกร ได้มาพบปะสังสรรค์กัน โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย โดยยกบรรยากาศแบบ “งานวัด” มาจัดกันเลย อาทิ กิจกรรมชิงชาสวรรค์ ปาโป่ง ยิงปืน 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงแสง สี เสียง จากวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และนักร้องลูกทุ่งซุปเปอร์สตาร์ “ต่าย อรทัย” ที่มาร่วมสร้างสีสรรค์ให้กิจกรรมในครั้งนี้สนุกสนาน